กฟผ. มองอนาคต 10-15 ปี ก๊าซอ่าวไทยหมด (ไอเอ็นเอ็น)
รอง
ผู้ว่าการกิจการสังคม และโฆษก กฟผ. มองอนาคต 10 - 15 ปี ก๊าซอ่าวไทยหมด ชี้
หากไม่เร่งสร้างโรงไฟฟ้า ค่าไฟอาจขึ้นมากกว่า 6 บาทต่อหน่วย
เมื่อวันที่ 7 มิถุนายน 2556 นายพงษ์ดิษฐ พจนา รองผู้ว่าการกิจการสังคมและโฆษก การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า ปัจจุบัน
ตัวเลขการใช้ไฟฟ้าในเชิงพาณิชย์ทั้งประเทศอยู่ที่ 72% อีกทั้งในอีก 10 - 15
ปีข้างหน้า ก๊าซอ่าวไทยจะเริ่มทยอยหมด ทำให้ต้องพึ่งพลังงานทางเลือกก๊าซ
LNG ที่มีราคาสูง ซึ่งทำให้การประเมินตามแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้า หรือ พีดีพี ถึงปี 2573 หากไม่สามารถพัฒนาโรงไฟฟ้าถ่านหิน 4 แห่ง และโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ 2 แห่ง ก็จะทำให้แผนค่าไฟฟ้าฐานจะขึ้นไปมากกว่า 6 บาทต่อหน่วย
นอกจากนี้ นายพงษ์ดิษฐ ยังมองว่า ใคร
ก็ตามที่ได้รับเลือกมาดำรงตำแหน่ง ผู้ว่าฯ กฟผ. คนใหม่
ต้องเร่งดำเนินการพัฒนา บริหารปัจจัยความเสี่ยงต่าง ๆ ที่จะเกิดขึ้น
รวมถึงบริหารทางเลือกรองรับความต้องการไฟฟ้าของประชาชน อาทิ
การจัดการด้านการใช้ไฟฟ้า พลังงานหมุนเวียน
การซื้อไฟฟ้าจากประเทศเพื่อนบ้าน พลังงานก๊าซ LNG หรือ
พลังงานถ่านหินนำเข้า ซึ่งเป็นหน้าที่กลไกของรัฐ
ที่ต้องสนับสนุนพัฒนาเศรษฐกิจ สังคม และคุณภาพชีวิต
ให้ระบบไฟฟ้ามั่นคงมีเสถียรภาพ และราคาไม่สูงเกินไป
วันอาทิตย์ที่ 9 มิถุนายน พ.ศ. 2556
สาวใหญ่โร่แจ้งความ ถูกแม่ หยก ธัญยกันต์ ดาราช่อง 7 บุกตบ
นักธุรกิจสาวใหญ่อดีตเพื่อนสนิทแม่น้องหยก ธัญยกันต์ ดาราสาวช่อง 7 โร่แจ้งความถูกแม่ดาราสาวตบ ปมทะเลาะวิวาทเมื่อ 2 ปีก่อน
เมื่อ วันที่ 7 มิถุนายน 2556 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นางธัญวัลย์ ศรีสุวรรณ อายุ 58 ปี อาชีพธุรกิจส่วนตัวได้เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวน สน.พหลโยธิน กรณีถูก นางรมย์ธีรา ธนกิตติ์ธนานนท์ แม่ของนางสาวธัญยกันต์ ธนกิตติ์ธนานนท์ หรือน้องหยก ดาราช่อง 7 ทำร้ายร่างกาย
โดย นางธัญวัลย์ เผยว่า เมื่อหลายปีก่อน ตนเคยทะเลาะกับนางรมย์ธีรา แม่ของน้องหยก เนื่องจากมากล่าวหาตนว่านำเรื่องส่วนตัวของแม่น้องหยกไปเล่าให้คนอื่นฟัง ซึ่งก่อนหน้านี้แม่ของน้องหยกเปลี่ยนชื่อบ่อยโดยไม่มีใครรู้ชื่อที่แท้จริง อีกทั้งตนถูกแม่น้องหยกข่มขู่ทางโทรศัพท์หลายครั้ง โดยฝากคนรู้จักมาบอกว่าหากเจอตนจะเข้ามาตบ แต่หลังจากนั้น ตนก็ไม่ได้พบแม่ของน้องหยกอีกเลย กระทั่ง ผ่านไป 2 ปี จนถึงวันที่ 31 พฤษภาคม 2556 ในช่วงดึกตนบังเอิญพบกับแม่ดาราสาวที่ร้านอาหารครัวเสนา ซอยพหลโยธิน 30 ถนนพหลโยธิน แขวงจันทรเกษม เขตจตุจักร โดยอีกฝ่ายได้เข้ามากระชากแขนแล้วเข้ามาตบหน้า แต่ตนเบี่ยงตัวหลบทัน จึงโดนเล็บข่วนที่ลำคอ จึงตัดสินใจมาแจ้งความลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐาน
ต่อ มาผู้สื่อข่าวโทรสอบถามนางรมย์ธีราเกี่ยวกับเรื่องที่เกิดขึ้น แต่นางรมย์ธีราให้เลขาส่วนตัวชี้แจงข้อเท็จจริงแทน ว่า แม่น้องหยกกับหญิงสาวคนดังกล่าวเคยเป็นเพื่อนสนิทกัน แต่ช่วงหลังแม่ของน้องหยกตีตัวออกห่างจึงทำให้มีปัญหาเกิดขึ้น ส่งผลให้มีปัญหากันมา 2 ปีแล้ว และวันที่ 31 พฤษภาคมที่ผ่านมา ทั้งคู่ได้ทะเลาะวิวาทกันจริง แต่ขอไม่ลงรายละเอียด และยืนยันว่าปัญหาที่เกิดขึ้นไม่ใช่เรื่องผู้ชายแน่นอน
อย่าง ไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.พหลโยธิน จะรวบรวมพยานหลักฐาน เพื่อออกหมายเรียกแม่น้องหยกมารับทราบข้อกล่าวหา และสอบปากคำเพื่อหาข้อเท็จจริงต่อไป
เมื่อ วันที่ 7 มิถุนายน 2556 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นางธัญวัลย์ ศรีสุวรรณ อายุ 58 ปี อาชีพธุรกิจส่วนตัวได้เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวน สน.พหลโยธิน กรณีถูก นางรมย์ธีรา ธนกิตติ์ธนานนท์ แม่ของนางสาวธัญยกันต์ ธนกิตติ์ธนานนท์ หรือน้องหยก ดาราช่อง 7 ทำร้ายร่างกาย
โดย นางธัญวัลย์ เผยว่า เมื่อหลายปีก่อน ตนเคยทะเลาะกับนางรมย์ธีรา แม่ของน้องหยก เนื่องจากมากล่าวหาตนว่านำเรื่องส่วนตัวของแม่น้องหยกไปเล่าให้คนอื่นฟัง ซึ่งก่อนหน้านี้แม่ของน้องหยกเปลี่ยนชื่อบ่อยโดยไม่มีใครรู้ชื่อที่แท้จริง อีกทั้งตนถูกแม่น้องหยกข่มขู่ทางโทรศัพท์หลายครั้ง โดยฝากคนรู้จักมาบอกว่าหากเจอตนจะเข้ามาตบ แต่หลังจากนั้น ตนก็ไม่ได้พบแม่ของน้องหยกอีกเลย กระทั่ง ผ่านไป 2 ปี จนถึงวันที่ 31 พฤษภาคม 2556 ในช่วงดึกตนบังเอิญพบกับแม่ดาราสาวที่ร้านอาหารครัวเสนา ซอยพหลโยธิน 30 ถนนพหลโยธิน แขวงจันทรเกษม เขตจตุจักร โดยอีกฝ่ายได้เข้ามากระชากแขนแล้วเข้ามาตบหน้า แต่ตนเบี่ยงตัวหลบทัน จึงโดนเล็บข่วนที่ลำคอ จึงตัดสินใจมาแจ้งความลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐาน
ต่อ มาผู้สื่อข่าวโทรสอบถามนางรมย์ธีราเกี่ยวกับเรื่องที่เกิดขึ้น แต่นางรมย์ธีราให้เลขาส่วนตัวชี้แจงข้อเท็จจริงแทน ว่า แม่น้องหยกกับหญิงสาวคนดังกล่าวเคยเป็นเพื่อนสนิทกัน แต่ช่วงหลังแม่ของน้องหยกตีตัวออกห่างจึงทำให้มีปัญหาเกิดขึ้น ส่งผลให้มีปัญหากันมา 2 ปีแล้ว และวันที่ 31 พฤษภาคมที่ผ่านมา ทั้งคู่ได้ทะเลาะวิวาทกันจริง แต่ขอไม่ลงรายละเอียด และยืนยันว่าปัญหาที่เกิดขึ้นไม่ใช่เรื่องผู้ชายแน่นอน
อย่าง ไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.พหลโยธิน จะรวบรวมพยานหลักฐาน เพื่อออกหมายเรียกแม่น้องหยกมารับทราบข้อกล่าวหา และสอบปากคำเพื่อหาข้อเท็จจริงต่อไป
ชาวเน็ตแห่ชื่นชม! ภาพพระสงฆ์ช่วยคนเจ็บ แม้อยู่ในผ้าเหลือง
เป็นภาพที่ถูกส่งต่ออย่างมากมายในเฟซบุ๊ก
สำหรับภาพของพระสงฆ์รูปหนึ่งที่กำลังปฐมพยาบาลผู้ที่ได้รับบาดเจ็บ
ด้วยการประคองศีรษะและลำคอ ในขณะที่ผู้ได้รับบาดเจ็บนอนอยู่กับพื้น ซึ่ง
มีชายคนหนึ่ง สวมเสื้อสีดำมีอักษรปรากฏบนเสื้อด้านหลังว่า EMS 1669 นครปฐม
นั่งหันหลังกำลังช่วยปั๊มหัวใจ ทั้งนี้ เมื่อภาพนี้ถูกแชร์ส่งต่อออกไป
บรรดาชาวเน็ตก็ต่างแสดงความชื่นชมพระภิกษุรูปนี้อย่างมากมาย
ถึงการช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ที่ประสบเหตุแม้ยังอยู่ในผ้าเหลือง
อย่างไรก็ตาม เมื่อสอบถามไปยังเจ้าหน้าที่ประจำหน่วยกู้ภัยมูลนิธิสุขศาลานุเคราะห์นครปฐม ว่าเคยพบเห็นพระสงฆ์รูปนี้หรือไม่ เจ้าหน้าที่เผยว่า ชายชุดดำเป็นเจ้าหน้าที่ในสังกัด ส่วนพระสงฆ์กำลังตรวจสอบอยู่ แต่จากภาพเชื่อว่าพระสงฆ์รูปนี้ น่าจะเคยรับการอบรมการช่วยเหลือผู้ประสบภัยเบื้องต้น เพราะลักษณะท่าทางนั้น ทำได้ถูกวิธีเลยทีเดียว
อย่างไรก็ตาม เมื่อสอบถามไปยังเจ้าหน้าที่ประจำหน่วยกู้ภัยมูลนิธิสุขศาลานุเคราะห์นครปฐม ว่าเคยพบเห็นพระสงฆ์รูปนี้หรือไม่ เจ้าหน้าที่เผยว่า ชายชุดดำเป็นเจ้าหน้าที่ในสังกัด ส่วนพระสงฆ์กำลังตรวจสอบอยู่ แต่จากภาพเชื่อว่าพระสงฆ์รูปนี้ น่าจะเคยรับการอบรมการช่วยเหลือผู้ประสบภัยเบื้องต้น เพราะลักษณะท่าทางนั้น ทำได้ถูกวิธีเลยทีเดียว
สุดซึ้ง เด็กน้อยถูกแม่ปาดคอ ยังฝืนลุกไปห้ามแม่ฆ่าตัวตาย
แม่ปาดคอลูกก่อนพยายามฆ่าตัวตาย แต่ลูกข่มความเจ็บปวดลุกขึ้นมาห้ามและแย่งมีดจากแม่ ช่วยให้แม่รอดตายมาได้ในที่สุด
เมื่อวันที่ 6 มิถุนายน พ.ศ. 2556 เว็บไซต์ไชน่าสแมค รายงานเหตุแม่ชาวจีนใช้มีดปาดคอลูกชายก่อนพยายามฆ่าตัวตายตาม แต่ลูกชายของเธอที่ยังไม่ตายกลับข่มกลั้นความเจ็บปวดลุกขึ้นมาพยายามห้ามและ แย่งมีดจากแม่ จนแม่รอดชีวิตในที่สุด ก่อนแม่จะตั้งสติได้รีบโทรศัพท์แจ้งตำรวจ
โดยตามรายงานระบุว่าเหตุดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 5 มิถุนายนที่ผ่านมา ในเมืองเจียงซิง มณฑลห่ายหนิง ประเทศจีน หลังจากที่นางจ้าน วัย 34 ปี ออกจากบ้านไปรับลูกมาจากโรงเรียนอนุบาลตั้งแต่เย็นวันที่ 4 มิถุนายน ก่อนจะก่อเหตุขึ้นด้วยการใช้มีดปอกผลไม้ปาดคอลูกชายของเธอและพยายามจะใช้มีด นั้นฆ่าตัวตาย แต่เสี่ยวอี๋ว์ ลูกชายวัย 6 ขวบของเธอซึ่งยังไม่ตายนั้นได้พยายามกลั้นความเจ็บปวดลุกขึ้นมาห้ามนางจ้าน และพยายามแย่งมีด จนกระทั่งมีดได้บาดเข้าที่มือของเสี่ยวอี๋ว์เป็นแผลลึก นางจ้านจึงได้สติ และรีบโทรศัพท์เรียกตำรวจมาในทันที
ทั้งนี้ เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจห่ายหนิงมาที่เกิดเหตุพร้อมรถพยาบาล แม่ลูกที่บาดเจ็บสาหัสก็รีบถูกนำตัวส่งเข้ารับการผ่าตัดรักษาอย่างเร่งด่วน จนในตอนนี้พวกเขาก็พ้นขีดอันตรายทั้งคู่แล้ว
อย่าง ไรก็ตาม จากการตรวจสอบพบว่า นางจ้านนั้นมีความสามารถในการควบคุมอารมณ์ที่ต่ำ นั่นทำให้เธอมักจะทะเลาะกับอดีตสามีและครอบครัวของเขาด้วยเรื่องเล็กน้อย เสมอ ซึ่งที่ผ่านมาเธอก็เคยข่มขู่พวกเขาว่าจะกระโดตึกฆ่าตัวตายบ้าง หรือเขียนคำขู่ตัวใหญ่ ๆ ไว้ที่ผนังบ้านบ้าง นอกจากนี้เธอก็มักจะเฆี่ยนตีเสี่ยวอี๋ว์เสมอหากลูกชายไม่ยอมทำตามคำสั่งของ เธอ
จากพฤติกรรมของนางจ้านทำให้ชีวิตครอบครัวของเธอไปไม่รอด และได้หย่ากับสามีเมื่อปี พ.ศ.2553 โดยที่เสี่ยวอี๋ว์ตกอยู่ในความดูแลของพ่อ แต่ถึงอย่างนั้นนางจ้านก็ยังคงอาศัยอยู่ที่บ้านสามีต่ออีกนานถึงครึ่งปี ก่อนจะออกจากบ้านไป แล้วกลับมาใหม่เมื่อเดือนเมษายนของปีที่แล้ว โดยใช้โรงรถของบ้านอดีตสามีเป็นที่ซุกหัวนอน ขณะที่บางครั้งเสี่ยวอี๋ว์ก็จะออกมานอนกับแม่ของเขาด้วย
จนกระทั่งเมื่อวันที่ 4 มิถุนายนที่ผ่านมา นางจ้านได้ทะเลาะกับแม่ของอดีตสามีด้วยเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ เช่นเคย ด้วยความโกรธเธอจึงออกจากบ้านมารับลูกไปจากโรงเรียนอนุบาล จนเมื่ออดีตสามีหรือ นายสือ มารับลูกที่โรงเรียนอนุบาลเขาจึงได้ทราบว่านางจ้านมาพาตัวลูกไปแล้ว นายสือจึงพยายามโทรศัพท์ติดต่อเธอ แต่ก็ไม่สำเร็จ อย่างไรก็ตาม แม้ในคืนนั้นนางจ้านจะไม่ได้พาเสี่ยวอี๋ว์กลับบ้าน แต่ครอบครัวของนายสือก็ไม่ได้คาดว่าจะเกิดเหตุร้ายแรงขึ้น
และในช่วงเช้าของวันต่อมา นางจ้านก็โทรศัพท์มาหานายสือ พร้อมทั้งข่มขู่เขาว่า "ฉันกำลังจะตาย ส่วนลูกชายของคุณน่ะตายไปแล้ว" แต่นายสือก็เมินเฉยต่อคำขู่นั้นและวางสายไป ขณะที่พ่อของนายสือก็ไม่ยอมรับโทรศัพท์จากนางจ้าน
จนกระทั่งในที่สุด นายสือก็ได้รับโทรศัพท์จากนางจ้านอีกครั้ง ขณะที่มีเสียงรถพยาบาลดังแทรกเข้ามาในสาย เขาจึงรู้ว่ามีเรื่องไม่ดีเกิดขึ้น และทราบภายหลังว่านางจ้านพยายามฆ่าตัวตาย แต่สิ่งที่ยิ่งกว่าเหลือเชื่อคือเธอล้มเลิกการกระทำนั้นเพราะเสี่ยวอี๋ว์ จากนั้นนายสือก็รีบรุดไปที่โรงพยาบาลก่อนจะพบกับเสี่ยวอี๋ว์ที่นอนอยู่บนเปล หามโดยที่รอบคอชุ่มโชกไปด้วยเลือด และนั่นทำให้เขาได้แต่ยืนช็อกกับสิ่งที่เกิดขึ้น
หลังจากเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ค้นพบจดหมายลาตายนับสิบฉบับอยู่ภายในกระเป๋าของนางจ้าน อย่างไรก็ตาม สำหรับเหตุผลในการลงมือของนางจ้านนั้นยังอยู่ในระหว่างการสอบสวนต่อไป
คุณแม่ สิทธัตถะ เอมเมอรัล ยอมรับ ลูกชายผิดปกติจริง
คุณแม่ สิทธัตถะ เอมเมอรัล เปิดใจ ยอมรับลูกชายผิดปกติจริง
สวนแถลงการณ์เวิร์คพอยท์ เผย
ทีมงานขอร้องให้ช่วยเออออไปว่าลูกชายไม่ผิดปกติ แต่ย้ำไม่ได้เตี๊ยม เคือง
3 กรรมการไทยแลนด์ก็อตทาเลนต์หยามศักดิ์ศรีลูกชายเกินไป
แต่ทีมงานเวิร์คพอยท์ขอร้องให้พูดว่าลูกชายไม่ผิดปกติ
ก่อนออกแถลงการณ์โต้กระแสสังคม
แม้ บริษัท เวิร์คพอยท์ฯ ผู้ผลิตรายการไทยแลนด์ก็อตทาเลนต์ 2013 จะออกแถลงการณ์ชี้แจงว่า นายสิทธัตถะ เอมเมอรัล ชายอายุ 24 ปี ที่ขึ้นโชว์ร้องเพลงในรายการเมื่อวันที่ 2 มิถุนายน 2556 นั้น เป็นคนปกติ เพียงแต่มีนิสัยพูดน้อย ส่วนกิริยาที่แสดงในวันนั้นเกิดจากความตื่นเต้น ไม่ได้มีสภาพจิตใจผิดปกติตามที่ผู้ชมเคลือบแคลงใจ แต่ดูเหมือนว่าเสียงวิจารณ์ในเรื่องนี้ก็ยังไม่เงียบหาย และยังคงเชื่อว่า นายสิทธัตถะ เอมเมอรัล มีสภาพบางอย่างที่ไม่เหมือนคนทั่วไปแน่นอน
เพื่อให้ได้ข้อเท็จจริงในเรื่องนี้ สำนักข่าวอิศรา จึง ได้โทรศัพท์ไปสัมภาษณ์ คุณแม่ของสิทธัตถะ เอมเมอรัล ซึ่งก็ได้ความจริงที่ตรงข้ามกับคำแถลงการณ์ของเวิร์คพอยท์ เนื่องจากคุณแม่ระบุว่า ลูกชายของตนมีชื่อจริงว่า "พงศกร" เคยศึกษาอยู่ที่โรงเรียนวัดสุทธิวรารามตามที่ปรากฏในข่าวจริง และเพิ่งมาทราบว่าลูกใช้ชื่อ "สิทธัตถะ เอมเมอรัล" ตอนขึ้นไปบนเวทีประกวดแล้ว
ทั้งนี้ คุณแม่ของสิทธัตถะ เอมเมอรัล ได้ยอมรับว่า ลูกชายของตนไม่ปกติจริง ๆ ซึ่งญาติ ๆ เพื่อน ๆ ก็มักจะบอกว่าลูกชายชอบอยู่คนเดียว ไม่สุงสิงกับใคร ตนเคยจะพาลูกไปพบจิตแพทย์แล้ว แต่ลูกชายก็ไม่ยอมไป โดยอ้างว่าตัวเองยังสามารถใช้ชีวิตประจำวันได้เหมือนคนอื่น ๆ ทั้งนี้ ลูกชายของตนชอบร้องเพลงมาก จึงขอร้องให้ตนพาไปออดิชั่นในรายการไทยแลนด์ก็อตทาเลนต์ ตนจึงยอมพาลูกชายไป แต่ก็อดสงสัยไม่ได้ว่าทำไมการแสดงของลูกชายจึงผ่านเข้ารอบขึ้นไปโชว์ความ สามารถบนเวทีในโรงละครได้
อย่างไรก็ตาม คุณแม่ยืนยันด้วยว่า ไม่ได้มีการเตี๊ยมเกิดขึ้นกันในรายการ แต่คุณแม่รู้สึกไม่พอใจที่กรรมการทั้ง 3 คน แสดงพฤติกรรมไม่เหมาะสมต่อการเป็นผู้ตัดสิน ทั้งที่ยังไม่ได้ร้องเพลงก็กดเครื่องหมายไม่ให้ผ่านแล้ว ซึ่งกรรมการควรจะต้องมีความอดทนมากกว่านี้ ทำเช่นนี้เป็นการดูเหยียดหยามศักดิ์ศรีลูกชายจนเกินไป เพราะลูกชายไม่ได้มีเจตนาทำร้ายรายการเลย จึงขอเรียกร้องให้เปลี่ยนคณะกรรมการตัดสินใหม่
ขณะเดียวกัน คุณแม่ยังได้เปิดเผยด้วยว่า เมื่อวันก่อนมีทีมงานของเวิร์คพอยท์มาขอร้องไม่ให้คุณแม่เอาเรื่อง และขอให้คุณแม่ยอมรับว่าลูกชายเป็นปกติดี ตนเห็นว่าเขาพูดจาดีก็เลยยกโทษให้ และเออออไปตามเขา ก่อนที่บริษัทจะไปแถลงข่าวลูกชายเป็นปกติดี
แม้ บริษัท เวิร์คพอยท์ฯ ผู้ผลิตรายการไทยแลนด์ก็อตทาเลนต์ 2013 จะออกแถลงการณ์ชี้แจงว่า นายสิทธัตถะ เอมเมอรัล ชายอายุ 24 ปี ที่ขึ้นโชว์ร้องเพลงในรายการเมื่อวันที่ 2 มิถุนายน 2556 นั้น เป็นคนปกติ เพียงแต่มีนิสัยพูดน้อย ส่วนกิริยาที่แสดงในวันนั้นเกิดจากความตื่นเต้น ไม่ได้มีสภาพจิตใจผิดปกติตามที่ผู้ชมเคลือบแคลงใจ แต่ดูเหมือนว่าเสียงวิจารณ์ในเรื่องนี้ก็ยังไม่เงียบหาย และยังคงเชื่อว่า นายสิทธัตถะ เอมเมอรัล มีสภาพบางอย่างที่ไม่เหมือนคนทั่วไปแน่นอน
เพื่อให้ได้ข้อเท็จจริงในเรื่องนี้ สำนักข่าวอิศรา จึง ได้โทรศัพท์ไปสัมภาษณ์ คุณแม่ของสิทธัตถะ เอมเมอรัล ซึ่งก็ได้ความจริงที่ตรงข้ามกับคำแถลงการณ์ของเวิร์คพอยท์ เนื่องจากคุณแม่ระบุว่า ลูกชายของตนมีชื่อจริงว่า "พงศกร" เคยศึกษาอยู่ที่โรงเรียนวัดสุทธิวรารามตามที่ปรากฏในข่าวจริง และเพิ่งมาทราบว่าลูกใช้ชื่อ "สิทธัตถะ เอมเมอรัล" ตอนขึ้นไปบนเวทีประกวดแล้ว
ทั้งนี้ คุณแม่ของสิทธัตถะ เอมเมอรัล ได้ยอมรับว่า ลูกชายของตนไม่ปกติจริง ๆ ซึ่งญาติ ๆ เพื่อน ๆ ก็มักจะบอกว่าลูกชายชอบอยู่คนเดียว ไม่สุงสิงกับใคร ตนเคยจะพาลูกไปพบจิตแพทย์แล้ว แต่ลูกชายก็ไม่ยอมไป โดยอ้างว่าตัวเองยังสามารถใช้ชีวิตประจำวันได้เหมือนคนอื่น ๆ ทั้งนี้ ลูกชายของตนชอบร้องเพลงมาก จึงขอร้องให้ตนพาไปออดิชั่นในรายการไทยแลนด์ก็อตทาเลนต์ ตนจึงยอมพาลูกชายไป แต่ก็อดสงสัยไม่ได้ว่าทำไมการแสดงของลูกชายจึงผ่านเข้ารอบขึ้นไปโชว์ความ สามารถบนเวทีในโรงละครได้
อย่างไรก็ตาม คุณแม่ยืนยันด้วยว่า ไม่ได้มีการเตี๊ยมเกิดขึ้นกันในรายการ แต่คุณแม่รู้สึกไม่พอใจที่กรรมการทั้ง 3 คน แสดงพฤติกรรมไม่เหมาะสมต่อการเป็นผู้ตัดสิน ทั้งที่ยังไม่ได้ร้องเพลงก็กดเครื่องหมายไม่ให้ผ่านแล้ว ซึ่งกรรมการควรจะต้องมีความอดทนมากกว่านี้ ทำเช่นนี้เป็นการดูเหยียดหยามศักดิ์ศรีลูกชายจนเกินไป เพราะลูกชายไม่ได้มีเจตนาทำร้ายรายการเลย จึงขอเรียกร้องให้เปลี่ยนคณะกรรมการตัดสินใหม่
ขณะเดียวกัน คุณแม่ยังได้เปิดเผยด้วยว่า เมื่อวันก่อนมีทีมงานของเวิร์คพอยท์มาขอร้องไม่ให้คุณแม่เอาเรื่อง และขอให้คุณแม่ยอมรับว่าลูกชายเป็นปกติดี ตนเห็นว่าเขาพูดจาดีก็เลยยกโทษให้ และเออออไปตามเขา ก่อนที่บริษัทจะไปแถลงข่าวลูกชายเป็นปกติดี
พ่อจา พนม ตรอมใจ เริ่มเพ้อเหมือนผีเข้า วอนลูกกลับบ้าน
พ่อจา พนม ตรอมใจ ร่ำไห้คิดถึงลูก เผยไม่ต้องการอะไร ขอแค่ให้ลูกกลับบ้าน นอกจากนี้ยังมีอาการเพ้อเหมือนผีเข้า บอกโดนของที่จา พนม เรียนมาเข้าตัว
หลังจากที่ นายทองดี ยีรัมย์ บิดาของ จา พนม ยีรัมย์ นักแสดงชื่อดัง ได้เข้ารับการรักษาตัวที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่ง จ.สุรินทร์ ด้วยโรคความดันโลหิตสูงและอาการเส้นเลือดฝอยในสมองปริ ซึ่งระหว่างเข้ารับการรักษาตัว นายทองดี ถึงกับมีอาการเพ้อคิดถึงลูก เพราะไม่ได้เจอหน้าลูกชายมานานกว่า 5 เดือน ตามที่ได้นำเสนอข่าวไปแล้วนั้น
ล่าสุด วานนี้ (7 มิถุนายน) เมื่อเวลา 11.00 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายทองดี มีอาการเหมือนผีเข้าตลอดเวลา และมีท่าทางคล้ายจะร่ายรำ โดย คนในครอบครัวของ จา พนม เชื่อว่าอาการดังกล่าว น่าจะเกิดมาจากที่ จา พนม บูชาครูมวย หนุมานถวายแหวน ศาลปะกำ และอีกหลายอย่าง แต่ขาดการเซ่นไหว้หรือครอบครู ทำให้วิชาที่ร่ำเรียนมานั้น มาลงที่พ่อ ซึ่งหาก จา พนม อยากให้พ่ออาการดีขึ้น ก็ต้องกลับมาประกอบพิธีครอบครู
ส่วนทางด้าน นางรินทร์ ยีรัมย์ มารดาของ จา พนม กล่าวทั้งน้ำตาว่า อยากวิงวอนให้ลูกกลับบ้านมาเพื่อเยี่ยมพ่อกับแม่ ตนไม่ต้องการอะไรเลยขอเพียงให้ลูกกลับมาหาบ้างก็เท่านั้น ตอนนี้ตนสงสารสามีมาก เพราะตรอมใจเพ้อหาแต่ลูก
ขณะที่ นายทวีศักดิ์ ยีรัมย์ พี่ชาย กล่าวว่า จา พนม ไม่กลับบ้านมาประมาณ 5 เดือนแล้ว และเมื่อตนโทรศัพท์ไปหาก็ตัดสายตนทิ้ง ส่วนภาพข่าวที่ออกไปว่าแฟนและลูกของจา พนม พร้อมทั้งเสี่ยเจียงมาเยี่ยมนั้น เป็นภาพเก่าที่ผ่านมาหลายปีแล้ว
อย่างไรก็ตาม มีรายงานว่า จา พนม กำลังโหมถ่ายทำภาพยนตร์อย่างหนัก ทั้งโปรเจคท์ที่ร่วมแสดงกับดาราฮอลลีวูด "ดอล์ฟ ลันด์เกรน" และภาพยนตร์เรื่องต้มยำกุ้ง 2 จึงทำให้ไม่มีเวลากลับบ้าน และไม่ได้ติดต่อไปหาครอบครัวที่ จ.สุรินทร์ เลย
ชาวฮ่องกงด่าเปิง รายการเพี้ยน จัดงานวิวาห์คนกับดาราผู้ล่วงลับ
ชาวฮ่องกงด่าเปิง
รายการสุดเพี้ยน เตรียมจับพิธีกรชาย-หญิง แต่งงานกับ องเหม่ยหลิง และดีเจ
พอล จง 2 ดาราคนดังผู้ล่วงลับไปแล้ว
ทำคนรู้จักทั้งคู่สวดยับรายการลบหลู่ผู้ตาย
ตกเป็นกระแสต่อต้านอย่างรุนแรงจากชาวฮ่องกง เมื่อรายการ เดอะ อันบิลีฟเอเบิล (The Unbelievable) ของฮ่องกง ที่ออกอากาศทางช่องเคเบิลทีวี ซึ่งนำเสนอเนื้อหาเกี่ยวกับเรื่องลึกลับพิสูจน์ไม่ได้ประเภทผีต่าง ๆ ได้ออกแผนการสุดพิลึกพิลั่น โดยเตรียมจัดพิธีแต่งงานระหว่างคนกับผีขึ้น ด้วยการให้พิธีกรคู่ชายหญิงของรายการ เข้าประตูวิวาห์กับนักแสดงสาวผู้ล่วงลับ องเหม่ยหลิง และดีเจชื่อดัง พอล จง
อย่างไรก็ตาม แผนจัดงานแต่งงานสุดพิลึกนี้ ได้เรียกเสียงวิพากษ์วิจารณ์อย่างมาก จาก ทั้งชาวฮ่องกงจำนวนไม่น้อยที่เห็นค้านกับไอเดียสุดเพี้ยนของรายการ รวมทั้งคนใกล้ชิดกับคนดังผู้ล่วงลับทั้ง 2 โดย ทังเจิ้นเย่ อดีตแฟนหนุ่มขององเหม่ยหลิง ได้ออกมาเผยด้วยความโกรธว่า ไม่ใช่เพียงแค่ตัวเขาเท่านั้น แต่ทุกคนต่างก็ไม่สบายใจกับเรื่องที่เกิดขึ้น พิธีกรของรายการกับผู้ที่ล่วงลับไปทั้งคู่ไม่เคยรู้จักกันด้วยซ้ำ รายการสร้างโปรเจคท์นี้ขึ้นมาเพียงเพื่อเงินเท่านั้น ทั้ง ๆ ที่พวกเขาสมควรจะเคารพทั้งตัวเธอที่จากไปและครอบครัวของเธอด้วย องเหม่ยหลิงเองก็มีแฟน ๆ อยู่มาก ทางรายการเคยคิดถึงพวกเขากันบ้างไหม
ขณะที่ หลอม่านหยี อดีตนักแสดงผู้เคยสนิทสนมกับ พอล จง ก็ได้ออกมาโจมตีรายการเช่นกัน แม้คนตายคงไม่สามารถบ่นอะไรได้ แต่พวกเขาก็ควรจะแสดงความเคารพคนที่ยังอยู่บ้าง อย่าพยายามตอกย้ำอะไรทำให้ทุกคนต้องเสียใจไปมากกว่านี้เลย
เมื่อเกิดกระแสต่อต้านขึ้นอย่างกว้างขวาง โปรดิวเซอร์ของรายการก็ได้พยายามอธิบายว่า พิธีแต่งงานนี้เพียงแค่ต้องการนำเสนอรูปแบบของประเพณีแบบนี้เท่านั้น และก่อนที่จะจัดงานขึ้น ทางรายการก็จะขออนุญาตครอบครัวของผู้ตายแน่นอน
ตกเป็นกระแสต่อต้านอย่างรุนแรงจากชาวฮ่องกง เมื่อรายการ เดอะ อันบิลีฟเอเบิล (The Unbelievable) ของฮ่องกง ที่ออกอากาศทางช่องเคเบิลทีวี ซึ่งนำเสนอเนื้อหาเกี่ยวกับเรื่องลึกลับพิสูจน์ไม่ได้ประเภทผีต่าง ๆ ได้ออกแผนการสุดพิลึกพิลั่น โดยเตรียมจัดพิธีแต่งงานระหว่างคนกับผีขึ้น ด้วยการให้พิธีกรคู่ชายหญิงของรายการ เข้าประตูวิวาห์กับนักแสดงสาวผู้ล่วงลับ องเหม่ยหลิง และดีเจชื่อดัง พอล จง
อย่างไรก็ตาม แผนจัดงานแต่งงานสุดพิลึกนี้ ได้เรียกเสียงวิพากษ์วิจารณ์อย่างมาก จาก ทั้งชาวฮ่องกงจำนวนไม่น้อยที่เห็นค้านกับไอเดียสุดเพี้ยนของรายการ รวมทั้งคนใกล้ชิดกับคนดังผู้ล่วงลับทั้ง 2 โดย ทังเจิ้นเย่ อดีตแฟนหนุ่มขององเหม่ยหลิง ได้ออกมาเผยด้วยความโกรธว่า ไม่ใช่เพียงแค่ตัวเขาเท่านั้น แต่ทุกคนต่างก็ไม่สบายใจกับเรื่องที่เกิดขึ้น พิธีกรของรายการกับผู้ที่ล่วงลับไปทั้งคู่ไม่เคยรู้จักกันด้วยซ้ำ รายการสร้างโปรเจคท์นี้ขึ้นมาเพียงเพื่อเงินเท่านั้น ทั้ง ๆ ที่พวกเขาสมควรจะเคารพทั้งตัวเธอที่จากไปและครอบครัวของเธอด้วย องเหม่ยหลิงเองก็มีแฟน ๆ อยู่มาก ทางรายการเคยคิดถึงพวกเขากันบ้างไหม
ขณะที่ หลอม่านหยี อดีตนักแสดงผู้เคยสนิทสนมกับ พอล จง ก็ได้ออกมาโจมตีรายการเช่นกัน แม้คนตายคงไม่สามารถบ่นอะไรได้ แต่พวกเขาก็ควรจะแสดงความเคารพคนที่ยังอยู่บ้าง อย่าพยายามตอกย้ำอะไรทำให้ทุกคนต้องเสียใจไปมากกว่านี้เลย
เมื่อเกิดกระแสต่อต้านขึ้นอย่างกว้างขวาง โปรดิวเซอร์ของรายการก็ได้พยายามอธิบายว่า พิธีแต่งงานนี้เพียงแค่ต้องการนำเสนอรูปแบบของประเพณีแบบนี้เท่านั้น และก่อนที่จะจัดงานขึ้น ทางรายการก็จะขออนุญาตครอบครัวของผู้ตายแน่นอน
ดีเอสไอบุกตรวจยึดรถหรูเข้าข่ายหนีภาษีอีก 8 คัน
ดีเอสไอบุกตรวจยึดรถหรู 5 จุด ยึดได้รวม 8 คัน
ด้านเต็นท์รถเอกชัย-บางบอน เจ้าของยันเป็นโรงงานจดประกอบ
มีเอกสารครบตามกฎหมาย ตรวจสอบเบื้องต้น เอกสารถูกต้อง
จากกรณีที่มีขบวนการรถหรูเลี่ยงภาษี
ซึ่งมีรายชื่อทั้งข้าราชการ นักการเมือง นักธุรกิจ
และผู้มีชื่อเสียงอีกหลายวงการเกี่ยวข้อง จนกรมสอบสวนคดีพิเศษ DSI
ได้รับเรื่องเป็นคดีพิเศษแล้วนั้น
ล่าสุดวันนี้ (9
มิถุนายน) พ.ต.ท.เสฏฐ์สถิต สุวรรณกูฏ หัวหน้าชุดสอบสวนฃดีเอสไอ
ก็ได้เข้าตรวจสอบเต็นท์รถเอกชัย-บางบอน ซึ่งมี นายณรงค์ เหล็กมี และ
นางสาวมาลี แมมิ่ง เป็นเจ้าของ
พบว่าภายในเต็นท์รถประกอบไปด้วยรถหรูจำนวนกว่า 50 คัน โดย นางมาลี เผยว่า
เต็นท์รถของตนเป็นโรงงานจดประกอบ ไม่ได้เป็นบริษัทนำเข้า
โดยนำอะไหล่จากเซียงกงบางนา เซียงกงนครปฐม มาประกอบ มีการทำรถจดประกอบมา 3
ปี โดยปัจจุบัน มีรถจดประกอบ 32 คันแล้ว
ด้น นายณรงค์
ยืนยันว่า เต็นท์ทำตามกฎหมายและมีเอกสารหลักฐานครบถ้วน
พร้อมให้ดีเอสไอตรวจสอบ และจากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่า เอกสารกับตัวรถ
เลขตัวถัง เลขเครื่องตรงกัน อย่างไรก็ตาม
ดีเอสไอได้ขอเอกสารดังกล่าวไปตรวจสอบความถูกต้องอีกครั้ง
ขณะเดียวกัน ดีเอสไอได้เข้าตรวจยึดรถอีก 5 จุด และสามารถยึดรถต้องสงสัยที่เข้าข่ายว่าจะมีการหลีกเลี่ยงภาษีได้อีก 8 คัน จาก
โรงงานประกอบรถ ต.บางกระเบา อ.บ้านสร้าง จ.ปราจีนบุรี ได้จำนวน 4 คัน
เป็นเบนท์ลีย์ 2 คัน และเมอร์เซเดส-เบนซ์ สปอร์ต 2 คัน
และยึดได้จากบ้านผู้ครองรถต้องสงสัยอีก 2 คัน เป็นลัมโบร์กีนี และปอร์เช่
รวมทั้งยึด เฟอร์รารี่ และลัมโบร์กีนี ที่ไม่ทราบเจ้าของซึ่งจอดทิ้งไว้ที่
สน.จักรวรรดิ อีกอย่างละ 1 คัน โดยรถทั้ง 8
คันนี้ทางดีเอสไอจะดำเนินการตรวจสอบต่อไป
และวานนี้ (8 มิถุนายน) สำนักงานศุลกากรท่าเรือแหลงฉบัง
อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี ระบุว่า
ปัญหาการนำรถเข้ามาในประเทศไทยเกิดขึ้นมานานแล้ว
เพราะเป็นความต้องการของคนที่อยากจะได้ของดีแต่ราคาถูก
โดยเฉพาะท่าเรือแหลมฉบังที่ขณะนี้มีพวกรถดังกล่าวจอดอยู่เกือบ 2,000 คัน
กระจายตามคลังสินค้าในเขตฟรีโซน
และคลังสินค้าอันตรายของบริษัทเอกชนแห่งหนึ่ง
เพื่อพรางตาเจ้าหน้าที่และบุคคลทั่วไป
สำหรับรถแต่ละคันนั้น พบปัญหาที่แตกต่างกันออกไป
โดยบางคันผิดรุ่น เสื่อมสภาพ ส่วนบางคันพบว่าหายไป ส่วนสาเหตุที่หายไปนั้น
เป็นเพราะว่าเอเย่นต์ที่นำเข้ารถแจ้งว่าจะขอย้ายรถไปจอดในคลังสินค้าฟรีโซน
ที่อยู่ด้านนอกท่าเทียบเรือ แต่ไม่นำไปเก็บ
กลับเอาไปขายให้กับลูกค้าที่สั่งไว้ แล้วจะมาจ่ายภาษีในภายหลัง
ขณะทีรถบางคันเอเย่นต์ก็นำไปขายให้กับลูกค้าในราคาที่ต่ำกว่าภาษีที่ประเมิน
ไว้ จึงไม่สามารถจดทะเบียนดังกล่าวได้
ส่วนผู้ซื้อก็ไม่ยอมคืนรถเนื่องจากจ่ายเงินไปแล้ว
จึงใช้วิธีอื่นในการจดทะเบียนรถยนต์ ส่วนรถที่จอดทิ้งไว้นานจนตกรุ่นนั้น
ก็ยังคงต้องประเมินภาษีในอัตรารถใหม่
รวมไปถึงค่าเช่าฝากรถในคลังสินค้าก็มีราคาเพิ่มขึ้นทุกวัน ส่วนรถหรูที่วิ่งในท้องถนนทุกวันนี้ ร้อยละ 90% เอกสารไม่ถูกต้อง
เสธ.ติ๊ก พ.อ.ศักดิ์สิทธิ์ เยาวรัตน์ อาจารย์ ทบ. ถูกยิงดับ - จับคนร้ายได้แล้ว
รวบแล้วมือยิง'เสธ.ติ๊ก'อาจารย์ทบ.ดับ (ไอเอ็นเอ็น)
ตำรวจบางขุนนนท์ รวบมือยิง "เสธ.ติ๊ก" แล้ว หลังหลบหนีข้างบ้าน สารภาพ ไม่พอใจผู้ตายไม่ไปร่วมงานวันเกิด และไม่ชอบตนเอง
ตำรวจ สน.บางขุนนนท์ จับกุมตัว นายนิรุติ รอดรักษา อายุ 36 ปี ผู้ก่อเหตุใช้อาวุธปืนยิง พ.อ.ศักดิ์สิทธิ์ เยาวรัตน์ หรือ เสธ.ติ๊ก อายุ 49 ปี อาจารย์ที่วิทยาลัยกองทัพบก ซึ่งมีศักดิ์เป็นพี่เขยของ นายนิรุติ ที่บ้านพักเลขที่ 15/69 ซ.จรัญสนิทวงศ์ 23 แขวงบางขุนนนท์ เขตบางกอกน้อย เมื่อกลางดึกที่ผ่านมา โดยสามารถจับกุมตัวได้ใกล้กับบ้านพักใน ซ.จรัญสนิทวงศ์ 23
เบื้องต้น ให้การรับสารภาพว่าเป็นผู้ลงมือก่อเหตุจริง เนื่องจากไม่พอใจที่ผู้ตายไม่ไปร่วมงานวันเกิด และรู้สึกว่าผู้ตายไม่ค่อยชอบตนมานานแล้ว รู้สึกเก็บกดมานาน จึงใช้อาวุธปืน ขนาด 9 ม.ม. ยิงผู้ตายดังกล่าว
ตำรวจบางขุนนนท์ รวบมือยิง "เสธ.ติ๊ก" แล้ว หลังหลบหนีข้างบ้าน สารภาพ ไม่พอใจผู้ตายไม่ไปร่วมงานวันเกิด และไม่ชอบตนเอง
ตำรวจ สน.บางขุนนนท์ จับกุมตัว นายนิรุติ รอดรักษา อายุ 36 ปี ผู้ก่อเหตุใช้อาวุธปืนยิง พ.อ.ศักดิ์สิทธิ์ เยาวรัตน์ หรือ เสธ.ติ๊ก อายุ 49 ปี อาจารย์ที่วิทยาลัยกองทัพบก ซึ่งมีศักดิ์เป็นพี่เขยของ นายนิรุติ ที่บ้านพักเลขที่ 15/69 ซ.จรัญสนิทวงศ์ 23 แขวงบางขุนนนท์ เขตบางกอกน้อย เมื่อกลางดึกที่ผ่านมา โดยสามารถจับกุมตัวได้ใกล้กับบ้านพักใน ซ.จรัญสนิทวงศ์ 23
เบื้องต้น ให้การรับสารภาพว่าเป็นผู้ลงมือก่อเหตุจริง เนื่องจากไม่พอใจที่ผู้ตายไม่ไปร่วมงานวันเกิด และรู้สึกว่าผู้ตายไม่ค่อยชอบตนมานานแล้ว รู้สึกเก็บกดมานาน จึงใช้อาวุธปืน ขนาด 9 ม.ม. ยิงผู้ตายดังกล่าว
เจ้ย อภิชาติพงศ์ ผู้กำกับไทยคว้ารางวัล Fukuoka Prize 2013
เจ้ย อภิชาติพงศ์ วีระเศรษฐกุล ผู้กำกับภาพยนตร์ชาวไทย
ได้รับรางวัลฟุคุโอกะ ไพรซ์ (Fukuoka Prize) ประจำปี 2013
ประเภทศิลปะและวัฒนธรรม สาขาภาพยนตร์
วานนี้ (8 มิถุนายน 2556) มีรายงานว่า องค์การ
ปกครองพิเศษส่วนท้องถิ่นเมืองฟุคุโอกะ ประเทศญี่ปุ่น
ได้แถลงข่าวการผลการประกาศรางวัล ฟุคุโอกะ ไพรซ์ (Fukuoka Prize) ประจำปี
2013 ประเภทศิลปะและวัฒนธรรม (Arts and Culture Prize) สาขาภาพยนตร์ ให้แก่
นายอภิชาติพงศ์ วีระเศรษฐกุล หรือ เจ้ย ผู้กำกับภาพยนตร์ชาวไทย
ซึ่งเคยได้รับรางวัลปาล์มทองคำ จากงานเทศกาลภาพยนตร์เมืองคานส์ ครั้งที่ 36
ประเทศฝรั่งเศส มาแล้วด้วยผลงานภาพยนตร์เรื่อง ลุงบุญมีระลึกชาติ
โดยคณะกรรมการ
พิจารณามอบรางวัล ได้ให้เหตุผลของการมอบรางวัลดังกล่าวให้แก่
นายอภิชาติพงศ์ ในฐานะที่เป็นผู้ผลิตภาพยนตร์ด้วยวิธีการใหม่ ๆ
ซึ่งสร้างอารมณ์ความรู้สึกในโลกของภาพยนตร์
โดยนอกจากจะเป็นผู้สร้างภาพยนตร์แล้ว ยังเป็นผู้กำกับ ผู้เขียนบท
เรียบเรียง ซึ่งงานของนายอภิชาติพงศ์ได้รับคำชื่นชมอย่างมากจากวิธีการใหม่ ๆ
ในการเล่าเรื่องด้วยภาพ โดยนำเรื่องราวมาจากเรื่องเล่าพื้นบ้าน ตำนาน
ผสมผสานกับความทรงจำของบุคคล
เรื่องราวช่วงเวลาจากอดีตและข้อคิดเห็นเกี่ยวกับประเด็นในปัจจุบัน
จึงพิจารณาให้รับรางวัลนี้
ด้านนายอภิชาติพงศ์ เผยว่า
การได้รับรางวัลนี้เป็นความภาคภูมิใจ
ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่างานภาพยนตร์ไม่มีพรมแดน
สามารถสื่อสารให้คนทั่วโลกได้รับรู้ได้
นับเป็นแรงผลักดันให้พัฒนาการทำงานแลกเปลี่ยนความรู้ความคิดเห็นจากผู้สร้าง
ผู้ผลิตหลาย ๆ ประเทศมากขึ้น โดยจะเดินทางไปรับรางวัลดังกล่าวในเดือนสิงหาคมนี้
ทั้งนี้ สำหรับรางวัลฟุคุโอกะ ไพรซ์
เป็นรางวัลที่ทางท้องถิ่นเมืองฟุคุโอกะ
มอบให้กับบุคคลหรือหน่วยงานองค์กรที่มีผลงานโดดเด่นด้านวัฒนธรรม
เพื่อส่งเสริมวัฒนธรรมที่โดดเด่นในภูมิภาคเอเชีย
และเพิ่มพูนความเข้าใจอันดีและสันติภาพในภูมิภาค
โดยในครั้งนี้มีบุคคลที่ได้รับรางวัลนี้มีทั้งหมด 96 คนจาก 27 ประเทศ เช่น
นากามูระ เท็ตสึ
แพทย์ชาวญี่ปุ่นและผู้อำนวยการบริการการแพทย์เพื่อสันติภาพญี่ปุ่น
ได้รับรางวัลแกรนด์ไพรซ์ และ เท็สซ่า มอร์ริส ซูซูกิ
นักวิชาการจากมหาวิทยาลัยแห่งชาติออสเตรเลีย ได้รับรางวัลสาขาวิชาการดีเด่น
เป็นต้น
และที่ผ่านมา มีคนไทยที่เคยได้รับรางวัลนี้ทั้งหมด 6
คนด้วยกัน คือ ศร. พลตรี ม.ร.ว. คึกฤทธ์ ปราโมช, หม่อมเจ้าสุภัทรดิศ
ดิศกุล, ดร.นิธิ เอียวศรีวงศ์, อาจารย์ ถวัลย์ ดัชนี, และ รศ.ศรีศักร
วัลลิโภดม, ดร.ชาญวิทย์ เกษตรศิริ
ตำรวจอยุธยา รวบเด็กแว้นร่วม 100 ขณะซิ่งป่วนถนนโรจนะ
ตร.รวบเด็กแว้นร่วม100ขณะซิ่งป่วนโรนจะ (ไอเอ็นเอ็น)
ขอขอบคุณภาพประกอบจาก สปริงนิวส์
ภาพประกอบไม่เกี่ยวข้องกับข้อมูล
ตำรวจอยุธยา สกัดแก๊งซิ่งป่วนเมืองถนนโรจนะ รวบเด็กแว้น - สก๊อย 80 คน จักรยานยนต์ 81 คัน
พ.ต.อ.ชัยยะ เพ็ชรปัญญา ผกก.สภ.พระนครศรีอยุธยา เปิดเผยว่า เมื่อกลางดึกที่ผ่านมา (8 มิถุนายน) ได้นำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ ฝ่ายป้องกันและปราบปราม พร้อมอาสาสมัครตำรวจบ้าน ร่วมกันสกัดจับแก๊งจักรยานยนต์ซิ่งป่วนเมือง บนถนนโรจนะ โดยสามารถจับกุมเด็กแว้นได้ 80 คน ซึ่งในจำนวนนี้ มี 31 คน เป็นเยาวชนอายุต่ำกว่า 18 ปี และยึดรถจักรยานยนต์ได้ 81 คัน
โดย พ.ต.อ.ชัยยะ กล่าวว่า สภ.พระนครศรีอยุธยา มีการกวดขันจับกลุ่มแก๊งจักรยานยนต์ซิ่งเป็นประจำ ซึ่งมีผลการจับกุมผู้กระทำผิดอย่างต่อเนื่อง แต่เนื่องจากเมื่อคืนที่ผ่านมาเป็นคืนวันเสาร์ จึงมีวัยรุ่นจับกลุ่มมาขี่รถจักรยานยนต์สร้างความเดือดร้อนรำคาญแก่ประชาชน จำนวนมากกว่าปกติ
เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ยึดรถทั้งหมดไว้เป็นของกลาง พร้อมเตรียมสอบสวนดำเนินคดีตามแต่อายุ และการกระทำความผิด ขณะที่ในส่วนของเยาวชนอายุต่ำกว่า 18 ปี เจ้าหน้าที่จะได้ติดต่อผู้ปกครองให้มารับทราบพฤติกรรม ก่อนส่งศาลเยาวชน ดำเนินการตามขั้นตอนทางกฎหมายต่อไป
ขอขอบคุณภาพประกอบจาก สปริงนิวส์
ภาพประกอบไม่เกี่ยวข้องกับข้อมูล
ตำรวจอยุธยา สกัดแก๊งซิ่งป่วนเมืองถนนโรจนะ รวบเด็กแว้น - สก๊อย 80 คน จักรยานยนต์ 81 คัน
พ.ต.อ.ชัยยะ เพ็ชรปัญญา ผกก.สภ.พระนครศรีอยุธยา เปิดเผยว่า เมื่อกลางดึกที่ผ่านมา (8 มิถุนายน) ได้นำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ ฝ่ายป้องกันและปราบปราม พร้อมอาสาสมัครตำรวจบ้าน ร่วมกันสกัดจับแก๊งจักรยานยนต์ซิ่งป่วนเมือง บนถนนโรจนะ โดยสามารถจับกุมเด็กแว้นได้ 80 คน ซึ่งในจำนวนนี้ มี 31 คน เป็นเยาวชนอายุต่ำกว่า 18 ปี และยึดรถจักรยานยนต์ได้ 81 คัน
โดย พ.ต.อ.ชัยยะ กล่าวว่า สภ.พระนครศรีอยุธยา มีการกวดขันจับกลุ่มแก๊งจักรยานยนต์ซิ่งเป็นประจำ ซึ่งมีผลการจับกุมผู้กระทำผิดอย่างต่อเนื่อง แต่เนื่องจากเมื่อคืนที่ผ่านมาเป็นคืนวันเสาร์ จึงมีวัยรุ่นจับกลุ่มมาขี่รถจักรยานยนต์สร้างความเดือดร้อนรำคาญแก่ประชาชน จำนวนมากกว่าปกติ
เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ยึดรถทั้งหมดไว้เป็นของกลาง พร้อมเตรียมสอบสวนดำเนินคดีตามแต่อายุ และการกระทำความผิด ขณะที่ในส่วนของเยาวชนอายุต่ำกว่า 18 ปี เจ้าหน้าที่จะได้ติดต่อผู้ปกครองให้มารับทราบพฤติกรรม ก่อนส่งศาลเยาวชน ดำเนินการตามขั้นตอนทางกฎหมายต่อไป
ไฟไหม้อาคารวีรสุ ถ.วิทยุมีคนติดภายใน - ล่าสุดควบคุมเพลิงได้แล้ว
เกิดเหตุไฟไหม้อาคารวีรสุ ถนนวิทยุซอย 1 ใกล้กับสถานทูตเวียดนาม
เมื่อเวลาประมาณ 09.39 น. วันนี้ (9 มิถุนายน 2556) มีคนติดอยู่ภายใน
ล่าสุดเจ้าหน้าที่คุมเพลิงได้แล้ว
พ.ต.อ.ไชยา คงทรัพย์ ผกก.สน.ลุมพินี เปิดเผยว่า ขณะนี้ได้เกิดเหตุไฟไหม้อาคารวีรสุ ถนนวิทยุซอย 1 ใกล้กับสถานทูตเวียดนาม มีผู้ติดค้างอยู่ภายใน ซึ่งเจ้าหน้าที่ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยได้อยู่ระหว่างระดมฉีดน้ำเข้าใส่ ตัวอาคาร แต่ยังไม่สามารถควบคุมเพลิงให้อยู่ในวงจำกัดได้ ขณะที่เจ้าหน้าที่อีกส่วนหนึ่งได้พยายามเข้าให้การช่วยเหลือผู้ติดค้างภายใน ทั้งนี้ อาคารดังกล่าวเป็นอาคารสำนักงานสูง 6 ชั้น ขายอุปกรณ์เครื่องครัวและเบเกอรี่ ต้นเพลิงอยู่ที่ชั้น 3 ซึ่งเป็นร้านอาหาร
อย่าง ไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ได้ฝากประชาสัมพันธ์ให้ประชาชน หลีกเลี่ยงเส้นทางดังกล่าว เนื่องจากขณะนี้มีปริมาณรถหนาแน่น และมีเศษกระจกของอาคารแตก และกระเด็นออกมาเป็นระยะ ๆ จึงเกรงว่าจะเกิดอันตราย
ความคืบหน้าล่าสุด 11.30 น. พ.ต.อ.ไชยา ระบุว่า เจ้าหน้าที่กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยสามารถควบคุมเพลิงให้อยู่ในวงจำกัด ได้แล้ว ส่วนสาเหตุของการเพลิงไหม้นั้นอยู่ระหว่างการตรวจสอบ
พ.ต.อ.ไชยา คงทรัพย์ ผกก.สน.ลุมพินี เปิดเผยว่า ขณะนี้ได้เกิดเหตุไฟไหม้อาคารวีรสุ ถนนวิทยุซอย 1 ใกล้กับสถานทูตเวียดนาม มีผู้ติดค้างอยู่ภายใน ซึ่งเจ้าหน้าที่ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยได้อยู่ระหว่างระดมฉีดน้ำเข้าใส่ ตัวอาคาร แต่ยังไม่สามารถควบคุมเพลิงให้อยู่ในวงจำกัดได้ ขณะที่เจ้าหน้าที่อีกส่วนหนึ่งได้พยายามเข้าให้การช่วยเหลือผู้ติดค้างภายใน ทั้งนี้ อาคารดังกล่าวเป็นอาคารสำนักงานสูง 6 ชั้น ขายอุปกรณ์เครื่องครัวและเบเกอรี่ ต้นเพลิงอยู่ที่ชั้น 3 ซึ่งเป็นร้านอาหาร
อย่าง ไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ได้ฝากประชาสัมพันธ์ให้ประชาชน หลีกเลี่ยงเส้นทางดังกล่าว เนื่องจากขณะนี้มีปริมาณรถหนาแน่น และมีเศษกระจกของอาคารแตก และกระเด็นออกมาเป็นระยะ ๆ จึงเกรงว่าจะเกิดอันตราย
ความคืบหน้าล่าสุด 11.30 น. พ.ต.อ.ไชยา ระบุว่า เจ้าหน้าที่กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยสามารถควบคุมเพลิงให้อยู่ในวงจำกัด ได้แล้ว ส่วนสาเหตุของการเพลิงไหม้นั้นอยู่ระหว่างการตรวจสอบ
แชร์ทั่ว! คลิปเรียกพ่อมาตบเพื่อน ชาวเน็ตรุมประณาม
คลิปเรียกพ่อมาตบเพื่อน แชร์ทั่วโลกไซเบอร์ ชาวเน็ตรุมประณาม โดยคลิปนี้บันทึกภาพของเด็กคนหนึ่ง ถูกชายวัยกลางคนตบในร้านเกม เผยเป็นพ่อของคู่กรณี
วานนี้ (8 มิถุนายน 2556) ที่เฟซบุ๊ก NoppaChai Sudsaar ได้โพสต์คลิปของเด็กที่ทะเลาะกัน แต่มีผู้ใหญ่เข้ามาตบเด็กอีกฝ่ายหนึ่งกลางร้านเกม ในซอยลาดพร้าว 101 โดยใต้คลิประบุว่า "ช่วย กันแชร์ความเลวของคนเราหน่อยนะครับ เมื่อเวลาประมาน 16.30 น. ผมรับแจ้งเหตุทะเลาะวิวาทภายในซอย ลาดพร้าว 101 เหตุเกิดในร้านเกม ชื่อร้านสติ๊กเกอร์ ปัญหาเกิดจากเด็กกับเด็กทะเลาะกัน แต่ผู้ใหญ่มาทำแบบนี้ เลวจริง ๆ"
ส่วนชาวเน็ตที่รู้จักผู้ชายคนดังกล่าว ระบุว่าเป็นชายคนนี้เป็นพ่อของเด็กที่สวมเสื้อสีดำ ซึ่งเข้ามาตบหัว ตีหัว เด็กผู้ชายที่ใส่เสื้อสีเหลืองอย่างแรง นอกจากนี้ ยังล็อกแขนให้ลูกชายตบเด็กดังกล่าวอีกด้วย
อย่างไรก็ดี เมื่อคลิปนี้เผยแพร่ออกไป บรรดาชาวเน็ตต่างรุมประณามพฤติกรรมของผู้เป็นพ่อ ว่าการทะเลาะวิวาทระหว่างเด็ก เด็กต้องแก้ปัญหาเอง และผู้ใหญ่ก็ไม่ควรรังแกเด็กด้วยวิธีรุนแรงเช่นนี้
กทม. ร้อนระอุ! เจอภาวะโดมความร้อนซัด เหตุแอร์ - สร้างคอนโดฯ
กทม. เริ่มวิกฤติ เจอภาวะโดมความร้อนซัด ทำดอนเมืองร้อนเพิ่ม 4 องศา เหตุพิษความร้อนจากแอร์ในห้าง และคอนโดฯ
วาน นี้ (8 มิถุนายน 2556) นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (วท.) พร้อมด้วย นายรอยล จิตรดอน ผอ.สถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำและการเกษตร (องค์การมหาชน) (สสนก.) ได้บรรยายสถานการณ์น้ำในปี 2556 ว่า ในปีนี้ปริมาณฝนตั้งแต่เดือนมิถุนายนถึงเดือนสิงหาคมจะมีปริมาณฝนสูงกว่า เกณฑ์ โดยฤดูฝนในปีนี้จะมาเร็วกว่าปกติ เนื่องจากอิทธิพลของลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ กำลังแรง และลมตะวันออกเฉียงเหนือกำลังปานกลางค่อนข้างแรง
นาย รอยล เผยต่อว่า ตั้งแต่วันที่ 10 มิถุนายน จะเกิดฝนที่ภาคกลาง และช่วงเวลา 19.00 น. ต่อไปจนถึง 11-13 มิถุนายน ฝนจะตกหนักอย่างรุนแรง โดยเฉพาะที่ จ.สุพรรณบุรี, จ.กาญจนบุรี และ จ.ตราด ในส่วนของภาคตะวันออก ฝนจะตกพาดยาวเป็นแนวเฉียง ซึ่งฝนที่ตกในลักษณะนี้ จะส่งผลดีต่อปริมาณน้ำในเขื่อนภูมิพล แต่อาจจะส่งผลกระทบต่อพื้นที่ลาดเชิงเขา เพราะจะเกิดน้ำไหลหลาก อาจจะทำให้ดินถล่มได้ ดังนั้นต้องเฝ้าระวังในจุดนี้ด้วย
นอก จากนี้ นายรอยล ยังกล่าวอีกว่า ตั้งแต่ปี 2554 ที่ผ่านมา ประเทศไทยประสบอุทกภัยหนัก เนื่องจากพายุ 5 ลูก ซึ่งในปีนี้ 2556 ก็ไม่ควรที่จะประมาท เพราะธรรมชาติได้มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรุนแรง ซึ่งจังหวัดที่ยังเสี่ยงน้ำท่วมของประเทศไทยมีถึง 40 จังหวัด เช่น นครสวรรค์ สุโขทัย พิจิตร เป็นต้น
เมื่อ พูดถึงเรื่องความผันแปรธรรมชาติ นายรอยล ระบุว่า ในปีนี้ค่อนข้างรุนแรง โดยเฉพาะในพื้นที่กรุงเทพฯ ที่กำลังเจอภาวะ "ฮีต ไอ แลนด์" (Heat I land) หรือปรากฏการณ์โดมความร้อน ซึ่งภาวะดังกล่าวเกิดจากลมตะวันตกเฉียงใต้ พัดเอาความร้อนจากเขตเมือง เช่น ย่านราชเทวี, สีลม, สุขุมวิท ไปปะทะกับความชื้นฝั่งดอนเมือง ทำให้อุณหภูมิของดอนเมืองสูงขึ้นทันทีประมาณ 4-5 องศาเซลเซียส จากเดิมอุณหภูมิดอนเมืองคือ 37 องศาเซลเซียส ตอนนี้เพิ่มเป็น 42 องศาเซลเซียส และจะส่งผลให้เกิดฝนตกหนัก ทำให้เครื่องบินลงไม่ได้หลายเที่ยวบิน ซึ่งภาวะดังกล่าว จะเกิดขึ้นถี่มากขึ้นใน กทม. เนื่องจากภาวะ "โดมความร้อน" สะสมมาตั้งแต่ปี 2554 แล้ว
นาย รอยล ยังกล่าวอีกว่า ภาวะโดมความร้อนมักจะเกิดในเมืองใหญ่ โดยเฉพาะ กทม. ที่เวลานี้ คอนโดฯ ผุดขึ้นเป็นอย่างมาก ตั้งแต่ย่านรัชดา ลีลม สุขุมวิท และแต่ละห้องก็ติดเครื่องปรับอากาศ ซึ่งเครื่องเหล่านี้จะปล่อยความร้อนออกมานอกอาคารทั้งเวลากลางวันและกลางคืน เมื่อรวมกับแอร์ในห้างใหญ่ ๆ ก็ทำให้ปริมาณความร้อนพุ่งสูงขึ้น ต่างกับเขตทวีวัฒนา และพื้นที่ฝั่งธนบุรี ที่อากาศเย็นลง เนื่องจากไม่ค่อยมีการก่อสร้างคอนโดฯ สำหรับวิธีแก้ปัญหานั้นก็คือการปลูกต้นไม้ในเมืองให้มากเพื่อรักษาสมดุล ธรรมชาติ
อย่างไรก็ตาม ในส่วนของสนามบินสุวรรณภูมิ จะไม่ได้รับผลกระทบเหมือนสนามบินดอนเมือง เพราะสนามบินสุวรรณภูมิได้รับผลกระทบจากมรสุมตะวันออกเฉียงใต้ที่พัดจากอ่าว ไทยเท่านั้น แต่ดอนเมืองได้รับลมจากทุกทิศ
อนึ่ง โดมความร้อน คือ ปรากฏการณ์ที่อุณหภูมิในตัวเมือง สูงกว่าบริเวณนอกตัวเมือง (2 ถึง 6 องศาเซลเซียส) ส่วนปัจจัยที่ก่อเกิดโดมความร้อนคือ กิจกรรมหลายอย่างของมนุษย์ เครื่องใช้ไฟฟ้าทุกชนิดที่ถ่ายเทความร้อนสิ่งก่อสร้างขนาดใหญ่ประเภท เหล็ก กระจก คอนกรีต ฯลฯ กระจุกอยู่ในตัวเมือง พื้นที่สีเขียวที่ลดน้อยลง
เอกยุทธ อัญชันบุตร ถูกอุ้มหาย 3 วัน ญาติโร่แจ้งกองปราบ หวั่นถูกอุ้ม
ญาติและทนายความของ เอกยุทธ อัญชันบุตร โร่ร้องกองปราบหลังหายตัว 3 วัน หวั่นถูกอุ้ม พบพิรุธให้นำเช็ค 5 ล้านไปให้
วันนี้
(9 มิถุนายน 2556) นายสุวัตร อภัยภักดิ์ ทนายความส่วนตัว นายเอกยุทธ
อัญชันบุตร นักธุรกิจการเงินและอสังหาริมทรัพย์ชื่อดัง พร้อมญาติ
เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวน กองปราบปราม เพื่อแจ้งความการหายตัวไปของ
นายเอกยุทธ อย่างมีเงื่อนงำ
ด้าน
นายสุวัตร กล่าวว่า ได้รับการติดต่อจากทางญาติ ว่า นายเอกยุทธ
ได้หายตัวไปจากบ้าน และไม่สามารถติดต่อได้ ตั้งแต่เวลา 20.00 น. ของวันที่ 6
มิถุนายนที่ผ่านมา จากนั้นมีกระแสข่าวว่าช่วงเช้าวันที่ 7 มิถุนายน
นายเอกยุทธ ได้โทรศัพท์ติดต่อพี่สาว ให้นำเช็คเงินสด 5 ล้านบาท
ไปให้ที่สนามบินสุวรรณภูมิ แต่ในส่วนนี้ยังไม่มีความชัดเจนว่าได้เจอตัว
นายเอกยุทธ หรือไม่ ซึ่งต่อมา
ญาติจึงได้เดินทางไปตรวจสอบกล้องวงจรปิดของบริษัท ย่านทาวอินทาวน์
เพื่อจะดูว่านายเอกยุทธ เดินทางเข้า-ออกครั้งล่าสุดเมื่อใด
แต่ก็พบว่าเซิร์ฟเวอร์ของกล้องวงจรปิดถูกถอดออกไป
ญาติเกรงว่าอาจถูกลักพาตัว
จึงเข้าแจ้งความลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐานที่ สน.วังทองหลาง
และในวันนี้ได้เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวนกองปราบปราม
เพื่อให้ช่วยติดตามตัว นายเอกยุทธ เพิ่มอีกทางหนึ่ง
ส่วน
สาเหตุของการหายตัวไปนั้น
ญาติเชื่อว่ามาจากประเด็นความแย้งส่วนตัวที่มีอยู่จำนวนมาก อาทิ ประเด็นที่
นายเอกยุทธ ฟ้องหมิ่นประมาท พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง
ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล กับพวกกรวม 5 คน กรณีแถลงข่าวกล่าวหา
"ชี้นิ้วสั่งรุมทำร้ายผู้จัดการร้านคาราโอเกะซิตี้"
และประเด็นการตรวจสอบทุจริตในบริษัทของตนเอง
ทั้ง
นี้ ทางพนักงานสอบสวนกองปราบ ระบุว่า หน้าที่หลักในการสืบสวนติดตามตัว
นายเอกยุทธ นั้น เป็นของ สน.วังทองหลาง ซึ่งได้รับแจ้งความไว้
ส่วนกองปราบปรามก็จะช่วยตรวจสอบในแง่มุมอื่น ๆ เพิ่มเติม
เพื่อช่วยติดตามตัว นายเอกยุทธ
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)